วิธีตรวจหวยและขึ้นเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ปรับปรุงล่าสุด ตุลาคม 2569
สลากกินแบ่งรัฐบาลออกรางวัลเดือนละ 2 ครั้ง ปกติคือวันที่ 1 และ 16 ของเดือน บางงวดเลื่อนเพราะตรงกับวันหยุดสำคัญ เช่น งวดต้นเดือนพฤษภาคมและปลายเดือนธันวาคม
1. ตรวจผลให้แน่ใจ
- ตรวจทั้ง 6 หลักกับรางวัลที่ 1–5 และรางวัลข้างเคียง
- ตรวจ 3 ตัวหน้า (ตรงกับ 3 หลักแรก) 3 ตัวท้าย (3 หลักสุดท้าย) และ 2 ตัวท้าย (2 หลักสุดท้าย)
- สลากใบเดียวถูกได้มากกว่า 1 รางวัล เช่น ถูกรางวัลที่ 1 และเลขท้าย 3 ตัวพร้อมกัน
- ใช้ ส่องเลข ตรวจได้หลายใบพร้อมกัน แล้วเทียบกับประกาศทางการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง
2. เก็บสลากให้ดี
สลากที่ถูกรางวัลต้องเป็นใบจริง ไม่ฉีกขาดจนอ่านเลขหรือรหัสไม่ได้ ห้ามเขียนหรือขีดทับตัวเลข ควรถ่ายรูปเก็บไว้และเซ็นชื่อด้านหลังสลาก
3. ขึ้นเงินได้ที่ไหน
- สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รับขึ้นเงินทุกรางวัล
- ธนาคารที่ร่วมโครงการ เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. แต่ละธนาคารมีเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมของตัวเอง ควรสอบถามสาขาก่อน
- สลากดิจิทัล ที่ซื้อผ่านแอปเป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีที่ผูกไว้
- รางวัลเล็ก เช่น เลขท้าย 2 ตัว ผู้ขายสลากบางรายรับแลกเป็นเงินสด แต่มักหักค่าบริการ
4. เอกสารที่ต้องใช้
- สลากตัวจริงที่ถูกรางวัล
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
- สมุดบัญชีเงินฝาก ถ้าต้องการรับเงินโอน
5. หักอากรแสตมป์เท่าไร
เงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ต้องนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้ แต่ถูกหักอากรแสตมป์ ณ ที่จ่าย ปัจจุบันอัตรา 0.5% เช่น รางวัลที่ 1 จำนวน 6,000,000 บาท จะถูกหัก 30,000 บาท เหลือรับ 5,970,000 บาท
กรมสรรพากรเคยมีข่าวศึกษาปรับอัตราอากร ตรวจอัตราล่าสุดกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก่อนขึ้นเงิน
6. ต้องขึ้นเงินภายในกี่ปี
ต้องขึ้นเงินภายใน 2 ปี นับจากวันออกรางวัล ถ้าเกินกำหนด สิทธิ์จะหมดและเงินรางวัลตกเป็นของรัฐ
ระวังมิจฉาชีพ
สำนักงานสลากฯ ไม่โทรหรือส่งข้อความขอให้โอนเงินก่อนรับรางวัล อย่าส่งรูปสลากที่ถูกรางวัลให้คนแปลกหน้า และอย่ากดลิงก์ที่อ้างว่าช่วยขึ้นเงินให้